Home » ข่าวบอล » UFABETWINS “เอ็ดการ์ ดาวิดส์” : ฮาร์ดแมนโลกลูกหนังยุค 90’s ที่มาพร้อมกับแว่นตาดำในสนาม

UFABETWINS “เอ็ดการ์ ดาวิดส์” : ฮาร์ดแมนโลกลูกหนังยุค 90’s ที่มาพร้อมกับแว่นตาดำในสนาม

UFABETWINS ตัดผมโฉบเฉี่ยว รูปร่างเป็นเอกลักษณ์ และสวมใส่สิ่งที่ไม่เหมือนใครลงสนาม

นี่คือภาพที่ทุกคนสามารถจดจำชื่อของ เอ็ดการ์ ดาวิดส์ ฮาร์ดแมนชาวดัตช์ ยอดนักเตะตัวรับในยุค 90’s ได้เป็นอย่างดี และนี่คือเรื่องราวของเขาที่ลึกกว่าสิ่งที่ได้กล่าวมา ทำไมเขาถึงมาเล่นกองกลางตัวรับ? ทำไมเขาจึงได้ฉายามากมาย? และทำไมเขาจึงต้องใส่แว่นลงไปในสนามฟุตบอล?ดาวิดส์ อาจจะถูกจดจำใน

ฐานะนักเตะชาวดัตช์ ทว่าจริงๆแล้ว เขาไม่ได้เกิดที่เนเธอร์แลนด์อย่างที่ใครเข้าใจ ดาวิดส์เกิดในซูรินาเม ประเทศเล็กๆในอเมริกาใต้ที่ในอดีตเคยเป็นเมืองขึ้นของเนเธอร์แลนด์ ก่อนจะอพยพเข้ามาในแดนกังหันตั้งแต่อายุ 2 ขวบพร้อมกับครอบครัว แน่นอนว่าชีวิตผู้อพยพนั้นไม่มีอะไรให้เลือกมากนัก นอกจากอาหาร

การกินแล้ว กีฬายอดนิยมอย่างฟุตบอลก็เล่นได้ยาก เพราะชุมชนของเขามีที่คับแคบ อยู่กันอย่างแออัด จึงไม่สามารถสร้างสนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานได้ เด็กๆที่เติบโตมาจากที่นั่นจึงต้องเล่นเท่าที่เล่นได้ และเพราะมีฟุตบอลแค่ลูกเดียว นั่นจึงทำให้การแข่งขันสตรีทฟุตบอลเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในชุมชนนั้น

ตัวของดาวิดส์นั้นอาจเสียเปรียบเรื่องรูปร่าง เพราะเรื่องของความขาดแคลนทำให้ตัวของเขาโตช้ากว่าเด็กปกติ ทว่าเรื่องจิตใจนั้นไม่ต้องห่วง แม้จะเป็นรุ่นน้องของแก๊งแถวนั้น ทว่าเขาไม่เคยกลัวใคร ในฟุตบอลที่ไม่มีกรรมการ ดาวิดส์เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการเป็นราชาแห่งการเข้าปะทะและเอาตัวรอดในที่แคบตั้งแต่วันนั้น

“ผมได้รับฉายาว่านายกเทศมนตรีแห่งท้องถนน ผมเล่นสตรีทฟุตบอลแบบ 3-3 หรือ 5-5 มาตั้งแต่เด็ก โดยจับคู่กับพี่ชาย ตอนแรกผมเป็นลูกหาบให้พี่ เพราะพี่เก่งกว่า แต่พอผมเริ่มโตขึ้นและได้รับเลือกให้เป็นนักเตะในอะคาเดมีของอาแจ็กซ์ฯ และได้เล่นกับนักเตะที่ดีที่สุดในประเทศทุกวัน ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป”

ดาวิดส์นั้นได้เข้าสู่ทีมอะคาเดมีของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ตั้งแต่อายุ 12 ปี ก่อนจะไต่ระดับขั้นเลื่อนมาเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว เดิมทีนั้นเขาเล่นในตำแหน่งปีกซ้ายและตำแหน่งหมายเลข 10 ตลอดช่วงที่เป็นเยาวชน ทว่าเมื่อได้ขึ้นถึงทีมชุดใหญ่ หลยส์ ฟาน กัล กุนซือที่ขึ้นชื่อเรื่องปรัชญาฟุตบอลซึ่งน้อยคนจะเข้าใจ

เรียกเขามาคุยและบอกว่าให้ลืมสิ่งที่ฝึกตอนเยาวชนมาให้หมด เพราะต่อแต่นี้เขาจะได้ย้ายมาเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับเต็มรูปแบบ เพื่อให้เข้ากับระบบทีมในเวลานั้น “ที่อาแจ็กซ์ฯ เรามีคำนิยามของมิดฟิลด์แตกต่างออกไป พวกเราต้องเล่นเกมรุกให้ดี และเล่นเกมรับให้ได้ เราทุกคนต้องทำหน้าที่เหมือนเกราะ

ป้องกันกองหลังอีก 1 ชั้น นั่นคือระบบของอาแจ็กซ์ฯ ซี่ง หลุยส์ ฟาน กัล บอกผมเองว่าต้องถอยลงมาเล่นตรงนี้ เพราะตำแหน่งปีกซ้ายเป็นของ มาร์ค โอเวอร์มาร์ส แล้ว แถมเขายังทำผลงานได้ดีมากๆ” ดาวิดส์กล่าว การเชื่อ ฟาน กัล โดยไม่ปริปากบ่นครั้งนั้น ทำให้ดาวิดส์พบพรสวรรค์ที่แท้จริงในตัวเอง เขาอาจจะเป็น

คนที่มีเทคนิคจากการเล่นสตรีทฟุตบอล จนทำให้เล่นตำแหน่งปีกได้ ทว่าพลังปอดของเขาต่างหากที่เป็นของจริงชนิดหาตัวจับยาก ฟาน กัล เลือกดาวิดส์เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับเพราะมีเซนส์บอลที่ดี สามารถขึ้นเกมรุกได้ อีกทั้งยังมีพลังมากพอที่จะวิ่งไล่บอลทั้งเกม นี่คือคุณสมบัติที่ ฟาน กัล เห็น และเลือกใช้

งานดาวิดส์ในตำแหน่งมิดฟิลด์มาโดยตลอดนับตั้งแต่เขาเข้ามาคุมทีมอาแจ็กซ์ฯ “ฟาน กัล คือคนแรกที่เรียกผมว่า พิตบูล เขามักจะบอกว่าเมื่อทีมต้องเล่นเกมรับ ผมจะเป็นด่านแรกเสมอ” ดาวิดส์ว่าถึงฉายา พิตบูล ที่มีความหมายว่ากัดไม่ปล่อย ตามสายพันธุ์ของสุนัขอันเป็นที่มานั่นเอง..

UFABETWINS

“มันไม่ได้เกี่ยวกับขนาดตัว มันเกี่ยวกับการยืนตำแหน่ง ผมคิดว่าการเล่นในตำแหน่งอย่างผมมันน่าจะง่ายๆกว่าการต้องรับมือนักเตะตัวเล็กๆ อย่าง ชาบี และ อันเดรส อิเนียสตา เสียด้วยซ้ำ แต่งานของผมคือต้องอยู่ในตำแหน่งและอ่านเกมให้ดี ฟาน กัล สอนให้ผมเล่นรุกและรับอย่างมีชั้นเชิงเสมอ” ทีมอาแจ็กซ์ฯชุดที่

ฟาน กัล สร้างขึ้นมา กลายเป็นชุดที่ผสมผสานนักเตะประสบการณ์พร้อมกับเหล่าเด็กสร้างจากสโมสรแบบชุดใหญ่ ดาวิดส์เป็นตัวยืนคู่กับ คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ ในตำแหน่งมิดฟิลด์ที่ยืนสกรีนหน้าแผงหลัง ส่วนเกมรุกปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ โอเวอร์มาร์ส, โรนัลด์ เดอ บัวร์ และ พาทริก ไคลเวิร์ต นี่คือผลผลิตของอาแจ็กซ์ฯ

ที่พาทีมไปไกลถึงการเป็นแชมป์ยุโรปในปี 1995 และนั่นทำให้ดาวิดส์ได้ย้ายไปอยู่กับเอซี มิลาน โคตรทีมจากอิตาลี ในเวลาต่อมาแบบไม่มีค่าตัว พร้อมๆกับการล่มสลายของอาแจ็กซ์ฯยุคทอง แว่นตาสร้างคาแร็คเตอร์ ดาวิดส์นั้นเกือบจะสิ้นชื่อไปแล้ว เมื่อครั้งที่เขาย้ายไปเอซี มิลาน เพราะเจ้าตัวต้องเผชิญปัญหาบาด

เจ็บ แถมยังปรับตัวไม่ได้ เขาเล่าว่ามีช่วงหนึ่งที่ดาวน์สุดขีด นั่นคือช่วงที่เขาต้องพักฟื้นและอยู่แต่ในห้องเช่า เขาพูดภาษาอิตาลีไม่ได้ และดูช่องโทรทัศน์ท้องถิ่นไม่เข้าใจ นั่นจึงทำให้เขาอยากจะหนีกลับมาอยู่กับอาแจ็กซ์ฯ ที่พร้อมอ้าแขนต้อนรับเขาเสมอ 2 ปี กับมิลาน เขาได้ลงเล่นในเกมลีกแค่ 19 เกมเท่านั้น

แต่สุดท้ายขั้นตอนต่อไปที่สำคัญที่สุดสำหรับการชี้ว่าชีวิตนักเตะของเขาจะรุ่งหรือร่วง เขากลับตัดสินใจถูกด้วยการย้ายไปอยู่กับยูเวนตุส ทีมที่ดาวิดส์ชื่นชอบและเชื่อว่าเป็นทีมที่มีสภาพแวดล้อมและแนวทางที่เหมาะกับการเล่นของเขามากที่สุด ที่ยูเวนตุส ดาวิดส์เกิดใหม่ในฐานะพิตบูลคนเดิม การไล่ล่าเอาบอลกลับ

มาให้ทีมเป็นฝ่ายครอบครองกลับมาเป็นจุดขายอีกครั้ง แต่หนนี้งานของเขาสบายลงกว่าเดิมมาก เพราะเขาแค่มีหน้าที่แย่งบอลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ในส่วนของการสร้างสรรค์ต่อจากนี้เป็นหน้าที่ของมือวางอันดับ 1 อย่าง ซีเนอดีน ซีดาน คนที่ยอมรับว่ามีนักเตะไม่กี่คนที่เล่นด้วยแล้ว “ทันกัน” ซึ่งดาวิดส์คือหนึ่งในนั้น

และเขาก็คิดไม่ต่างกัน “การจับคู่ระหว่างผมและซีดานเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบด้วยความไว้วางใจซึ่งกันและกัน รวมถึงการมีพลังงานที่จะเอาชนะ ถ้าวันหนึ่งคุณรู้สึกว่าคุณได้เข้าขารู้ใจกับเพื่อนร่วมทีมสักคน เมื่อนั้นมันหมายความคุณและเขารู้จักฟุตบอลในระดับเดียวกัน เข้าใจการเล่นฟุตบอลในรูปแบบที่ไม่แตกต่าง

กันเลย” ดาวิดส์ว่าถึงการจับคู่กับซีดาน ดาวิดส์ประสบความสำเร็จมากมายที่ยูเวนตุส แต่สุดท้ายเขาก็หนีปัญหาไม่พ้น แม้ฟอร์มการเล่นจะดี แต่ร่างกายไม่ค่อยดี โดยเฉพาะดวงตาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญรองจากเท้าของนักฟุตบอล ที่มีอาการแปลกๆเกิดขึ้นหลังจากถูกเข้าปะทะในเกมเซเรีย อา ซึ่งว่ากันว่า ณ เวลานั้นเขาจะไม่

สามารถกลับมาเล่นได้เหมือนเดิมอีก ในปี 1999 เขาถูกตรวจพบว่าดวงตานั้นเป็น “ต้อหิน” ซึ่งจะส่งผลอย่างมากถ้าไม่ได้รับการรักษา เพราะนักเตะอย่างเขาใช้สายตาในการผ่านบอลและอ่านสถานการณ์ในสนาม หากไม่ได้รักษาอย่างถูกต้องจะไม่ใช่แค่อาชีพฟุตบอลเท่านั้นที่หายไป การมองเห็นของเขาจะไม่กลับมา

อีกเลย ดาวิดส์เกือบจะยอมรับชะตาด้วยการเข้าผ่าตัดในทีแรกเมื่อได้ยินข่าว และสิ่งที่เขาห่วงที่สุดคือการถูกบังคับให้เลิกเล่นฟุตบอลเพื่อรักษาร่างกาย “เรื่องใหญ่มากเลยนะในตอนนั้น ผมเป็นห่วงอาชีพของตัวเองมาก คิดว่าจะไม่ได้อยู่เล่นฟุตบอลต่อไป เพียงแต่ผมพบวิธีที่มันดีกับอาชีพผมกว่าการผ่าตัด นั่นคือการ

สวมแว่นตาลงสนามไปเลย” ดาวิดส์เผยถึงเหตุผลที่ขออนุญาตเป็นพิเศษเรื่องการใส่แว่นลงสนาม เพราะไม่เคยมีนักเตะคนไหนเคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อน ใครจะไปคิดว่าการสวมแว่นครั้งนี้จะเปลี่ยนคาแร็คเตอร์ของเขาในฐานะนายกเทศมนตรีแห่งสตรีทฟุตบอล ให้กลายเป็นไอคอนของวงการฟุตบอลไปแบบงงๆ

เพราะการใส่แว่นของเขาคือสิ่งแปลกใหม่ อีกทั้งตัวของดาวิดส์เองก็ไม่ได้ใส่แว่นสายตาเสียทีเดียว เขาผสมความเป็นแฟชันนิสตาเข้าไปอีก จนทำให้สุดท้ายแล้วการใส่แว่นของดาวิดส์ดันกลายเป็นแฟชั่นและที่นิยมของแฟนๆทั่วโลกโดยไม่รู้ตัว การใส่แว่นครั้งนั้นเปลี่ยนโลกของดาวิดส์ไปอย่างชัดเจน จากตัวปิดทอง

หลังพระกลายเป็นตัวละครเอก ใครๆก็ชอบแว่นของเขา และเขาเองก็เช่นกัน ถึงแม้สุดท้ายแล้วการรักษาจะเป็นไปด้วยดี และดวงตาของเขากลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม แต่กลับกลายเป็นว่าดาวิดส์ใส่มันจนชินไปแล้ว วันไหนไม่ใส่ก็รู้สึกไม่มั่นใจอะไรประมาณนั้น นั่นจึงทำให้ภาพลักษณ์ของเขาจดจำได้ง่ายและถูกส่ง

เสริมด้วยสไตล์การเล่นในสนาม ยิ่งทำให้ เอ็ดการ์ ดาวิดส์ กลายเป็นขวัญใจของคอบอล รวมถึงคอเกมอย่าง ที่ลงทุนเปิดโหมดสร้างตัวด้วยการเพิ่มแว่นแบบของดาวิดส์ลงเป็นส่วนหนึ่งในการ ตัวละครอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าว่าสาเหตุที่ดาวิดส์ไม่ยอมถอดแว่นแม้จะหายดีแล้ว ก็เพราะสปอนเซอร์ได้ขอให้เขา

ใส่มันต่อไป เพราะแว่นที่ผลิตมาตามดีไซน์ของเขามันยังขายดิบขายดี เป็นสินค้าระดับแพลทตินัมที่แม้แต่คนที่ไม่ได้เจ็บตา หรือมีปัญหาที่ดวงตาหลายคนยังซื้อมาใส่เล่นฟุตบอลกันเลยทีเดียว ผู้ชนะจนหยดสุดท้าย ความสำเร็จที่มากมายเกินจะนับ รวมถึงฝีเท้าอันเป็นที่ยอมรับในฐานะตัวรับที่เลี้ยงบอลเก่ง เทคนิคดี

แย่งบอลยาก คือสาเหตุที่ทำให้ดาวิดส์สามารถถูกเรียกว่ากองกลางระดับเวิลด์คลาสได้เต็มปาก แต่สิ่งที่เขามีไม่แพ้ฝีเท้าคือสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง และเป็นผู้นำโดยธรรมชาติอีกต่างหาก เมื่อครั้งที่ดาวิดส์อายุย่าง 32 ปี เขาย้ายไปเล่นให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ด้วยความค่อนขอดสงสัยของแฟนๆว่า สเปอร์สจะเอา

เขาไปทำอะไร? เพราะหลังจากออกมาจากยูเวนตุสในปี 2004 ดาวิดส์ล้มเหลวกับการเล่นให้กับบาร์เซโลน่า และ อินเตอร์ มิลาน อย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้กุนซือของสเปอร์สอย่าง มาร์ติน โยล ยอมทำผิดนโยบายสโมสรที่ไม่เน้นซื้อนักเตะอายุเยอะมาร่วมทีม และสั่งให้ทีมเจรจาคว้าตัวดาวิดส์มาให้ได้คือ

เขาอยากจะได้ผู้นำโดยธรรมชาติที่ทำให้เด็กๆในทีมไก่เดือยทองเวลานั้นมีความรู้สึกอยากจะเป็นผู้ชนะขึ้นมาจริงๆ “มันเป็นเรื่องของกรอบความคิด หากคุณอยากจะเป็นนักเตะระดับหัวแถว คุณต้องเริ่มด้วยความรู้สึกที่อยากชนะในทุกๆ เกม และที่ยิ่งกว่านั้นคือ คุณต้องเปลี่ยนบรรยากาศในทีมให้ทุกคนคิดเหมือนคุณ

ให้ได้” “ที่สเปอร์ส ในเวลานั้นพวกเขามีนักเตะหนุ่มมากมาย พวกเขาฝีเท้าดี แต่พอเจอพวกตัวเก๋า กระดูกบอลแข็งๆ พวกเขาทำอะไรไม่ได้ เวลาเล่นเกมใหญ่ บางครั้งพวกเขาหวังแค่ผลเสมอก็น่าพอใจ ซึ่งจริงๆมันก็โอเคนะที่เป็นแบบนั้น แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด เพราะในโลกฟุตบอล สิ่งสำคัญอันดับ 1 คือการเป็นผู้ชนะ

ต่างหาก” ดาวิดส์ตอบคำถามของแฟนสเปอร์สที่ถามเข้ามาในช่วงสัมภาษณ์กับนิตยสาร ดาวิดส์ในวัย 32 ปี เปลี่ยนความคิดของแฟนๆไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเขามาทำในสิ่งที่เขาบอกจริงๆ แต่ละเกมผ่านไปด้วยฟอร์มที่คงเส้นคงวา และที่สำคัญที่สุดคือ เขารู้ว่าจะทำอย่างไรให้แฟนๆคล้อยตามจนสามารถส่งเสียงเชียร์นัก

เตะตลอด 90 นาทีโดยธรรมชาติที่สุด สิ่งนั้นก็คือต้องมุ่งมั่นก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นเมื่อได้อยู่บนสนามแล้วห้ามกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น ดาวิดส์กลายเป็นที่รักของแฟนสเปอร์สแบบเต็มๆ เนื่องจากเกมที่พบกับมิดเดิลสโบรช์ เขาทั้งไล่เตะ ไล่เสียบสกัดแบบหนักๆ เข้าปะทะเน้นๆใส่ เรย์ พาร์เลอร์ อดีตนักเตะอาร์เซน่

อลที่เป็นอริโดยตรงของสเปอร์ส ในเกมนั้น ดาวิดส์เล่าว่าจริงๆแล้วเขาไม่ได้ทำแบบนั้นเพราะพาร์เลอร์เป็นอดีตแข้งของอาร์เซน่อล แต่มันเป็นเพราะว่าเขาเป็นของเขาแบบนี้อยู่แล้ว.. “ผมรู้ว่าพาร์เลอร์เป็นนักเตะของอาร์เซน่อลมาก่อน แต่เอาตรงๆนะ เมื่ออยู่ในสนาม ผมไม่ได้รู้สึกแบ่งแยกอะไรหรอก ผมเล่นแบบนี้ทุก

เกม ไม่ได้สนหรอกว่าใครเป็นใคร เกมฟุตบอลของอังกฤษมันต้องใช้ทั้งความเร็วและความแข็งแกร่งด้วย” ดาวิดส์กล่าว คำพูดดังกล่าวบอกถึงนิสัยของเขาเป็นอย่างดี เขาคือพิตบูลที่กัดไม่ปล่อยตัวจริงเสียงจริง และที่สำคัญที่สุด เขาคือคนที่ทำให้ห้องแต่งตัวคุกรุ่นไปด้วยความมุ่งมั่น ซึ่งนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด โดย หลุยส์

ฟาน กัล เคยบอกว่านักเตะอย่างดาวิดส์นั้นเป็นเหมือนฟันเฟืองที่ต้องออกแรงหมุนมากที่สุด เพื่อทำให้เพื่อนร่วมทีมของเขาเข้าใจความรู้สึกไปในทิศทางเดียวกันนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นดาวรุ่ง ตกต่ำที่สุด พีกที่สุด หรือไปจนถึงการส่งท้ายให้โลกจำเช่นนี้นี่เอง จึงทำให้ เอ็ดการ์ ดาวิดส์ ยังคงเป็นชื่อยอดฮิตในเวลาที่มีใครก็ตามจัดทีมยอดเยี่ยมตลอดกาลเป็นประจำ.. ดูเหมือนว่า เอ็ดการ์ ดาวิดส์ และแว่นตาของเขาจะถูกจดจำไปอีกนานหลายสิบปีเลยทีเดียว

 

คลิกเลย >>> UFABETWINS

อ่านข่าวอื่นๆที่ >>> https://www.heartlandcountryinnbrenham.com

สนับสนันโดย ufabet